ประโยคสามัญ

ภาษาไทย ชั้น 0

ประโยคสามัญแบ่งเป็นประโยคความเดียว ประโยคความรวม และประโยคความซ้อน จากประโยคทั้งสามนี้เพิ่มคำขยายหรือข้อความขยาย การรวมประโยคดังกล่าวเข้าด้วยกันทำให้กลายเป็นประโยคซับซ้อนขึ้น แต่สามารถสื่อสารชัดเจนและสละสลวย

ประโยคสามัญ เป็นประโยคในภาษาไทย ตามข้อความแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ

1. ประโยคความเดียว (เอกรรถประโยค)

คือ ประโยคที่มีข้อความเพียงหนึ่งข้อความ หรือมีใจความสำคัญเพียงหนึ่งเดียว มีภาคประธานภาคเดียว ภาคแสดงภาคเดียว สังเกตได้จากมีกริยาสำคัญเพียงตัวเดียว

หลักภาษาไทยเรียกว่า เอกัตถะประโยค มาจาก เอก + อัตถะ + ประโยค (เอก = หนึ่ง อัตถะ = ข้อความ) หมายถึง ประโยคมีข้อความเดียว เช่น

นักเรียนอ่านหนังสือ
คุณพ่อกลับบ้านตอนเย็น
แม่ค้าขายผักปลา
2. ประโยคความรวม (อเนกัตถประโยค)

หลักภาษาไทยเรียกประโยคชนิดนี้ว่า อเนกัตถะประโยค ซึ่งมาจาก อน + เอก + อัตถะ + ประโยค (อน = ไม่ เอก = หนึ่ง อัตถะ = ข้อความ) หมายถึง ประโยคมีข้อความไม่ใช่หนึ่งข้อความ นั่นคือ ประโยคมีข้อความมากกว่าหนึ่งข้อความ เช่น

เงินทองเป็นของหายากและมันคือแก้วสารพัดนึก
พิเชษฐ์ร่ำรวยมหาศาลแต่เขาเป็นคนตระหนี่มาก
ยุพดีผ่านการสอบมาได้เพราะเธอมีความเพียรพยายามสูง

ประโยคความรวม คือ การนำประโยคความเดียวตั้งแต่ 2 ประโยคมารวมกันและเชื่อมประโยคด้วยคำสันธาน โดยใช้สันธานเป็นตัวเชื่อมแต่ก็สามารถแยกออกเป็นประโยคความเดียว ที่มีใจความสมบูรณ์ได้เหมือนเดิมโดยไม่ต้องเพิ่มส่วนใดส่วนหนึ่งในประโยค
ประโยคความรวม แบ่งย่อยได้เป็น 4 แบบ ดังนี้

2.1 ประโยคที่มีเนื้อความคล้อยตามกัน คือ ประโยคความเดียว 2ประโยคที่นำมารวมกันโดยมีเนื้อความสอดคล้องกันมีสันธาน และ แล้ว แล้ว...ก็ ครั้ง...จึง พอ...ก็ ฯลฯ เป็นตัวเชื่อม แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ

ก) ประธานหนึ่งคนทำกริยา 2 กริยาต่อเนื่องกัน
ข) ประธานสองคนทำกริยาอย่างเดียวกัน
2.2 ประโยคที่มีเนื้อความขัดแข้งกัน คือ ประโยคความเดียว 2 ประโยค ที่นำมารวมกัน โดยมีเนื้อความขัดแย้งกัน กริยาในแต่ละประโยคตรงกันข้ามกัน ส่วใหญ่จะมีสันธาน แต่ แต่ทว่า กว่า...ก็ ฯลฯ เป็นตัวเชื่อม
2.3 ประโยคที่มีเนื้อความให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ประโยคที่มี กริยา 2 กริยาที่ต่างกัน มีสันธาน หรือ หรือไม่ก็ มิฉะนั้น...ก็ ฯลฯ เป็นตัวเชื่อม

2.4 ประโยคที่มีเนื่อความเป็นเหตุเป็นผล คือ ประโยคที่มีประโยคความ เดียวประโยคหนึ่งมีเนื้อความเป็นประโยคเหตุและมีประโยคความเดียวอีกประโยค หนึ่งมีเนื้อความเป็นประโยคผล มีสันธาน จึง ฉะนั้น ดังนั้น เพราะฉะนั้น ฯลฯ เป็นตัวเชื่อม

ข้อสังเกต ประโยคความรวมที่มีเนื้อความเป็นเหตุเป็นผลนั้น ประโยคเหตุจะต้องมาก่อน ประโยคผลเสมอ และประโยคความรวมจะมีคำว่า และ แต่ หรือ ก็ เป็นสันธานเชื่อมประโยค 3. ประโยคความซ้อน (สังกรประโยค)

หลักภาษาไทยเรียกประโยคความซ้อนว่า สังกรประโยค (อ่านว่า สัง-กอ-ระ-ประโยค) แปลว่า ประโยคทีส่วนปรุงแต่งให้มีข้อความมากขึ้น

ประโยคความซ้อน คือ ประโยคประกอบด้วยประโยคหลักหรือมุขประโยคและมีประโยคย่อยหรืออนุประโยคซ้อนอยู่ ประโยคย่อยนี้อาจทำหน้าที่ขยายประธาน ขยายกริยาหรือขยายกรรมในประโยคหลัก โดยมีประพันธสรรพนาม (ผู้, ที่, ซึ่ง, อัน) ประพันธวิเศษณ์ หรือบุพบทเป็นบทเชื่อม ให้มีรายละเอียดมากขึ้น

ประโยคหลัก (มุขยประโยค) คือ ประโยคที่เป็นใจความสำคัญที่ต้องการสื่อสาร

ประโยคย่อย (อนุประโยค) คือ ประโยคที่ทำหน้าที่ขยายความประโยคหลัก ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ประโยคย่อย (อนุประโยค) ที่ซ้อนอยู่นี้อาจทำหน้าที่เป็นประธาน บทขยายประธาน กรรมหรือ บทขยายกรรมของประโยคหลัก (มุขยประโยค)

ประโยคย่อย หรืออนุประโยคแบ่งออกเป็น 3 อย่าง คือ

1. ประโยคย่อยทำหน้าที่เหมือนคำนาม

ประโยคย่อยที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม หมายถึง ประโยคย่อยทำหน้าที่เป็นประธานหรือกรรมของประโยค

2. ประโยคย่อยทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์ที่ขยายคำนามหรือสรรพนาม

ประโยคย่อยที่ทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์ หมายถึง ประโยคย่อยทำหน้าที่เป็นประธานหรือกรรมของประโยค

3 ประโยคย่อยทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์ที่ขยายคำกริยาหรือวิเศษณ์
ประโยคย่อยที่ทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์ หมายถึง อนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์เพื่อขยายนามหรือสรรพนามให้ได้ความชัดเจนยิ่งขึ้น ทำหน้าที่เช่นเดียวกับวิเศษ คุณานุประโยคมักจะใช้ประพันธสรรพนาม(ที่ ซึ่ง อัน ว่า ผู้) เป็นตัวเชื่อม

ประโยคย่อยที่ทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณานุประโยค คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่ี่ขยายกริยาหรือวิเศษณ์ เรียกว่า วิเศษณานุประโยค โดยสังเกตจากสันธาน เมื่อ จน เพราะ ราวกับ ระหว่างที่ ฯลฯ เช่น

ข้อสังเกต ประโยคความซ้อนลักษณะนี้ ประโยคผลจะมาก่อนประโยคเหตุ
สรุป ประโยคความซ้อน

ถ้ามีอนุประโยคทำหน้าที่เป็นนามหรือมีคำ "ว่า" อยู่ในประโยค

เรียกว่า นามานุประโยค

ถ้าอนุประโยคมีคำว่า "ที่" "ซึ่ง" "อัน" อยู่หน้าประโยค

เรียกว่า คุณานุประโยค

ถ้าอนุประโยคมีคำว่า "เมื่อ" "เพราะ" "แม้ว่า" อยู่หน้าประโยค

เรียกว่า วิเศษณานุประโยค









สื่อการเรียนรู้ เนื้อหาการเรียนรู้ สำหรับเด็กวัยประถมศึกษา ป.1 ป2. ป3. ป4 ป5. ป.6

หน้าแรก .... ( 1 ) 2 3 4 .... ..... หน้าสุดท้าย
เลือกดูหน้า
SimpleFutureTenses
Simple Future Tenses
กติกาฟุตบอล
กติกาฟุตบอล
ดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์
รวมศูตรคณิตศาตร์
รวมศูตรคณิตศาตร์
FuturePerfectTenses
Future Perfect Tenses
พยัญชนะ
พยัญชนะ
พยางค์
พยางค์
ดาวเนปจูน
ดาวเนปจูน
การวิจารณ์
การวิจารณ์
บทร้อยแก้ว
บทร้อยแก้ว
คำพ้องเสียง
คำพ้องเสียง
แม่เหล็ก
แม่เหล็ก
ระบบประสาทของมนุษย์
ระบบประสาทของมนุษย์
คำอุทาน
คำอุทาน
ระบบกล้ามเนื้อของมนุษย์
ระบบกล้ามเนื้อของมนุษย์
Tense
Tense
ประโยคสามัญ
ประโยคสามัญ
PresentSimpleTense
Present Simple Tense
PastSimpleTense
Past Simple Tense
คำนาม
คำนาม
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
กติกาเทเบิลเทนนิส
กติกาเทเบิลเทนนิส
ศาสนาพุทธ
ศาสนาพุทธ
การวิเคราะห์
การวิเคราะห์
ศาสนาฮินดู
ศาสนาฮินดู
คำตาย
คำตาย
FutureProgressivecontinuousTenses
Future Progressive ( continuous ) Tenses
เมล็ดของพืช
เมล็ดของพืช
สุาษิตไทย
สุภาษิตไทย
การเจริญเติบโตของมนุษย์
การเจริญเติบโตของมนุษย์
.... ( 1 ) 2 3 4 .... ..... หน้าสุดท้าย
เลือกดูหน้า

เรื่องน่ารู้


คำกริยา

ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

ไฟฟ้า

การเรียงความ

คำซ้อน

แม่เหล็ก

คำควบกล้ำ

จมูกของมนุษย์

พยางค์

ประโยคซับซ้อน

FutureProgressivecontinuousTenses

ดวงจันทร์

ดวงตาของมนุษย์

ปลา

ดาวพฤหัสบดี

ผิวหนังของมนุษย์

กลอนแปด

ศาสนาพุทธ

คำตาย

แมลง




© 2012 สื่อการเรียนรู้